จุดเริ่มต้นคือรู้สึกว่าคู่ชีวิตเราเปลี่ยนไปเป็นปกติของคนที่อยู่ด้วยกันจะสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนไปแต่หาคำตอบไม่เจอ กอดไม่อุ่น คำพูดไม่เหมือนเดิม
เที่ยวบ่อย อ้างวันเกิดคนนั้นคนนี้
ชอบหายตัวไป ตามตัวยาก หายไปเป็นวันยังมี
หวงโทรศัพท์ ให้ดูเฉพาะข้อความที่ยื่นให้ดูได้เท่านั้น
เวลาคุยโทรศัพท์มักจะออกไปคุยไกลๆเราทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เฉพาะตอนที่เป็นผู้หญิงโทรมา
เริ่มสงสัยว่ามีคนอื่น พอถามคำตอบที่ได้คือไม่มีอะไร
ไม่ยอมกลับไปหาลูกทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคยจะอิดออดและมักจะเร่งให้เรากลับบ้านจะได้นีบไปส่งเราแล้วรีบกลับมาเพื่อไปไหนไม่รู้ อ้างเหตุผลคือไปหาเพื่อน กินเลี้ยง
ไม่ส่งเสียลูก
เอาโทรศัพท์เราไปใช้และบอกว่าจะจ่ายเงินคืนให้แต่จนถึงปัจจุบัน(วันที่พิมพ์ข้อความอยู่)ก็ยังไม่ได้คืน
เราทนไม่ไหวหอบข้าวของส่วนตัวมาอยู่คนกับเพื่อน เร่ร่อนไปเรื่อยอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ถึงได้ย้ายเข้าหอพัก
เขามาง้อในอาทิตย์ถัดมา แต่เราเจ็บแบบไม่อยากกลับไปแล้ว ทนมานานแล้ว ไม่อยากทนอีกแล้ว
ญาติพี่น้องเขาบอกให้อภัยเถอะกลับไปคืนดีกันได้แล้ว
เที่ยวบ่อย อ้างวันเกิดคนนั้นคนนี้
ชอบหายตัวไป ตามตัวยาก หายไปเป็นวันยังมี
หวงโทรศัพท์ ให้ดูเฉพาะข้อความที่ยื่นให้ดูได้เท่านั้น
เวลาคุยโทรศัพท์มักจะออกไปคุยไกลๆเราทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เฉพาะตอนที่เป็นผู้หญิงโทรมา
เริ่มสงสัยว่ามีคนอื่น พอถามคำตอบที่ได้คือไม่มีอะไร
ไม่ยอมกลับไปหาลูกทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคยจะอิดออดและมักจะเร่งให้เรากลับบ้านจะได้นีบไปส่งเราแล้วรีบกลับมาเพื่อไปไหนไม่รู้ อ้างเหตุผลคือไปหาเพื่อน กินเลี้ยง
ไม่ส่งเสียลูก
เอาโทรศัพท์เราไปใช้และบอกว่าจะจ่ายเงินคืนให้แต่จนถึงปัจจุบัน(วันที่พิมพ์ข้อความอยู่)ก็ยังไม่ได้คืน
เราทนไม่ไหวหอบข้าวของส่วนตัวมาอยู่คนกับเพื่อน เร่ร่อนไปเรื่อยอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ถึงได้ย้ายเข้าหอพัก
เขามาง้อในอาทิตย์ถัดมา แต่เราเจ็บแบบไม่อยากกลับไปแล้ว ทนมานานแล้ว ไม่อยากทนอีกแล้ว
ญาติพี่น้องเขาบอกให้อภัยเถอะกลับไปคืนดีกันได้แล้ว
เกือบใจอ่อนไปแล้วมีช่วงเดือนที่2 ที่โทรให้เขาพาไปโน้นนี่ แต่ยังแยกกันอยู่
เดือนที่ 5 ลูกพี่ลูกน้องไปพบเขาไปนัดเจอเด็กนักศึกษาในมหาลัยใกล้ๆ สอบถามเพื่อนสนิทของเด็กผู้หญิงคนนั้น ถึงได้รู้ว่า เขาคบกันอยู่ ทั้งๆที่เราสองคนก็ยังไม่ได้ตัดขาดจากกัน และเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของเจ้านายเก่า เธอบอกว่าที่คบกันเพราะเขาบอกว่าแยกกันอยู่กับภรรยาแล้ว ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าเขาเคยเจอหรือรู้จักกันก่อนหน้าที่จะย้ายมาอยู่กับเราที่ขอนแก่นหรือเปล่า
น้องสาวไปติดตามสืบมาพร้อมกับข้อความแชทที่เขาคุยกัน พี่จ๋า น้องจ๋า รักมาก คิดถึง อยากเจอเร็วๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากนะเดี๋ยวเคลียร์เองให้ตั้งใจเรียน แต่มาคุยกับเราบอกไม่อย่า(เห็นแก้ตัวมากจริงๆ)
ข้อความพวกนี้ทำให้เราเถียงไม่ออกเพราะทุกครั้งที่มีเรื่องคนอื่นมาพูดให้เราฟังแบบนี้เราจะเถียงว่าไม่จริงหรอกเขาไม่ทำกับเราแบบนั้นแน่ๆ จนเราจนมุมกับหลักฐานเอง
เสียใจ....
และนี่เองคือเหตุผลที่เราหาคำตอบมานานว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป เป็นคนละคนจากแต่ก่อน
7 ปี ที่เดินทางร่วมกันมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ตั้งแต่เรียน จนเรียนจบ ขับมอไซต์ไปหางานหลังเรียนจบด้วยกันไกลแค่ไหนก็ไป จนได้ทำงาน เขาได้ซื้อรถ เขาได้ทำงานในอาชีพที่เขาอยากทำ เขาอยากเรียนต่อเราก็ส่งค่าสมัครเรียนค่าเทอมให้ ใช้หนี้ จ่ายค่างวดรถในบางเดือน ทั้งๆที่เราก็ต้องส่งเงินเลี้ยงลูกด้วย
เขาไม่ยอมหย่า...
แต่ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ช่วยเหลือในการหาทางออกให้ ที่เหลือคือรอเราตัดสินใจล้วนๆ นานหน่อย แต่พร้อม พอดำเดินการเสร็จ เขายอมหย่าภายใน 2 วัน
หย่าขาด และทำสัญญาหย่าไว้
ตอนนี้เราจิตใจดีขึ้นแล้ว โฟกัสที่ลูกกับงาน ทำทุกอย่างให้ลูกมีความสุข กันเรื่องไม่ดีออกจากครอบครัวเราไป
มีหลายคนที่บอกว่าให้เรายอมไปก่อนถือทะเบียนสมรสไว้ แม้ว่าเขาจะไปไหนทำอะไรก็ปล่อยไป แต่เราไม่คิดแบบนั้น เราทนไม่ได้ที่เราต้องเกี่ยวข้องกับคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ เขามีสิทธิ์เป็นแค่พ่อของลูกเราเท่านั้น เรื่องอืนๆที่เกี่ยวกับครอบครัวเราไม่ต้องการให้เขามาเกี่ยว คนที่เห็นแก้ตัวเองเป็นหลักเห็นความสุขของตนเองเป็นหลัก โดยทิ้งภรรยาและลูกตัวเล็กๆไปกับผู้หญิงอื่นได้คือคนที่ไม่ควรแม่แต่จะนับเพื่อน นับญาติ คนที่ไม่มีความละอายในการทำบาป มือถือสากปากถือศีล
เรื่องราวที่กล่าวมาให้มันเป็นเพียงเรื่องราวร้ายๆในชีวิตของเราอย่าได้เกิดขึ้นอีกกับใครๆอีกเลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น